การทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลพลอยได้ในอาหารสำหรับแมวและสุนัข

12/10/2563

ผลพลอยได้ในอาหารสำหรับแมวและสุนัขคืออะไร

คำว่า "ผลพลอยได้" ใช้เพื่ออธิบายส่วนผสมที่ได้จากการผลิตพร้อมกับอาหาร สมาคมเจ้าหน้าที่ควบคุมอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงแห่งอเมริกา (AAFCO) ให้คำจำกัดความของผลพลอยได้ว่าหมายถึง "ผลิตภัณฑ์รองที่ได้จากการผลิตนอกเหนือจากผลิตภัณฑ์หลัก"1 ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งผลพลอยได้จากพืชหรือสัตว์ และมีตั้งแต่กากข้าวโพดและเนื้อของหัวบีทไปจนถึงอวัยวะ น้ำมันปลา และโปรตีนจากสัตว์ปีก

กฎหมายของสหภาพยุโรประบุว่าผลพลอยได้จากสัตว์คือส่วนผสมที่ไม่ได้มีไว้สำหรับการบริโภคของมนุษย์ วัตถุประสงค์ในการนำไปใช้จึงเป็นตัวกำหนดคำจำกัดความของสิ่งนั้น เช่น ไตถือเป็นผลพลอยได้จากสัตว์เมื่อเป็นอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง และเป็นผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์เมื่อเป็นอาหารสำหรับมนุษย์

ซึ่งไม่ได้หมายความว่าผลพลอยได้ไม่ปลอดภัยสำหรับการบริโภคและไม่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างที่บางคนเชื่อ เพียงแต่ว่าผลพลอยได้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์หลักที่พัฒนาขึ้นเพื่อการบริโภคของมนุษย์เท่านั้น

คุณค่าทางโภชนาการของผลพลอยได้คืออะไร

หลายคนคิดว่าสุนัขหรือแมวชอบอกไก่หรือส่วนต่างๆ ของเนื้อวัวที่ใช้ทำสเต็กแบบเดียวกับที่เราชอบ แต่ส่วนผสมที่เป็นที่โปรดปรานของมนุษย์มากที่สุดไม่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสมที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงเสมอไป

ผลพลอยได้สามารถให้ สารอาหารคุณภาพสูงหลายอย่างที่จำเป็น สำหรับการดูแลสุขภาพของแมวและสุนัข ตัวอย่างเช่นตับเพียงอย่างเดียวให้ธาตุเหล็ก วิตามินบี (โดยเฉพาะบี 12) และวิตามินเอ สารอาหารเหล่านี้สนับสนุนการดูแลระบบประสาท ผิวหนัง การเจริญเติบโต การสร้างเม็ดเลือดแดง และการมองเห็นที่ดี ในทางกลับกันสาหร่ายเป็นแหล่งกลูโคซามีนที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการเคลื่อนไหวและการสนับสนุนข้อต่อของแมวและสุนัข

อย่างไรก็ตาม ผลพลอยได้ไม่ได้ให้แค่สารอาหารเหล่านี้เท่านั้น แต่ผลพลอยได้หลายอย่างสามารถให้สารอาหารหลัก เช่น โปรตีน ไขมัน แร่ธาตุ และวิตามิน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอวัยวะและเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และให้พลังงาน

สาหร่ายใต้ทะเลล้อมรอบด้วยปะการัง

เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ดูแลระบบภูมิคุ้มกัน ให้พลังงาน

แมวและสุนัขต้องการอาหารที่มีความสมดุล โดยดูจากปริมาณโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุและไขมัน รวมถึงสารอาหารอื่นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าแมวและสุนัขได้รับอาหารครบถ้วนและตรงกับความต้องการ สิ่งสำคัญคือเราให้ความสำคัญกับโภชนาการที่เหมาะสมที่สุดมากกว่าแค่เรื่องวัตถุดิบ

ผลพลอยได้ยั่งยืนกว่าหรือไม่

ด้วยการยึดมั่นเรื่องสารอาหาร เราสามารถ พิจารณาส่วนผสมทุกประเภท และเลือกส่วนผสมที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมน้อยที่สุด โดยไม่ลดคุณค่าทางโภชนาการหรือความสามารถในการย่อยได้ของอาหารแต่ละสูตร

เมื่อเปรียบเทียบกับส่วนผสมอื่นๆ ที่ใช้กันทั่วไปในอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง ผลพลอยได้ไม่เพียงมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเหลือเชื่อเท่านั้น แต่ยังมีความยั่งยืนมากกว่าเนื่องจากไม่ต้องแย่งแหล่งอาหารจากมนุษย์ การใช้ผลพลอยได้ในอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความยั่งยืนในอนาคตของอุตสาหกรรมอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง ไม่เพียงแค่ลดขยะ แต่ยังช่วยแบ่งเบาภาระการผลิตปศุสัตว์เพื่อเป็นอาหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการแย่งแหล่งอาหารจากมนุษย์

เพื่อช่วยให้สัตวแพทย์ประสบความสำเร็จในการรักษาสุนัขที่แพ้อาหาร (AFR) ที่รักษาได้ยาก โรยัล คานินมีนวัตกรรมที่ช่วยในการรักษา โดยใช้ขนนกเป็นแหล่งโปรตีน การพัฒนานี้หลีกเลี่ยงการพึ่งพิงแหล่งโปรตีนที่มนุษย์ใช้ เท่ากับว่ามีขยะที่ต้องนำไปฝังกลบน้อยลงและยังช่วยเรื่องความมั่นคงทางด้านอาหารของโลกอีกด้วย

ในฐานะบริษัทที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เรามุ่งมั่นที่จะลงทุนอย่างต่อเนื่องในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว การทำงานเช่นนี้ทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากคุณค่าทางโภชนาการที่ได้จากผลพลอยได้

การมุ่งเน้นของเรา คือการให้โภชนาการที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงเสมอ แนวทางในการสร้างสูตรอาหารที่ยึดหลักวิทยาศาสตร์ และให้ความสำคัญกับสารอาหารช่วยให้เราสามารถผลิตอาหารได้ พร้อมๆ กับหลีกเลี่ยงการส่งผลกระทบของแหล่งอาหารระหว่างมนุษย์และสัตว์เลี้ยง

การทำความเข้าใจเรื่องผลพลอยได้บนฉลากอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง

ผลพลอยได้ผ่านกระบวนการปรุง บด แยก และอบแห้ง การกำจัดความชื้นด้วยวิธีนี้ทำให้เราสามารถสร้างแหล่งโปรตีนที่เข้มข้นและย่อยได้มากขึ้น

เมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อสดซึ่งมีน้ำประมาณ 75% โดยเฉลี่ย และโปรตีนเพียง 10-30% สัตว์ปีกสด 1 กิโลกรัมจะให้สารอาหารประมาณ 250 กรัมเมื่อเทียบกับโปรตีนจากสัตว์ปีกที่ผ่านกระบวนการอบแห้ง 1 กิโลกรัม (เนื้อไก่อบแห้งในอเมริกาเหนือ) ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่ามากและให้สารอาหารมากถึง 940 กรัม

โปรตีน ไขมัน ความชื้น โปรตีน ไขมัน ความชื้น เนื้อสด เนื้ออบแห้ง

ตามกฎหมายอาหารสัตว์ในปัจจุบัน ส่วนผสม/กลุ่มส่วนผสมแต่ละชนิดในอาหารสัตว์เลี้ยงจะต้องแสดงรายการบนบรรจุภัณฑ์ตามน้ำหนักก่อนการปรุงอาหารตามลำดับจากมากไปหาน้อย กรณีนี้หมายความว่า “เนื้อสด” มักจะปรากฎชื่อเป็นลำดับบนสุดในรายการส่วนผสม ซึ่งอาจทำให้รู้สึกว่า "เนื้อสด" เป็นแหล่งที่มาหลักของสารอาหารในอาหารสัตว์เลี้ยงนั้น อย่างไรก็ตามไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น

ปริมาณสารอาหารมาจากวัตถุดิบทั้งหมดในอาหารไม่ใช่เพียงวัตถุดิบแรกบนฉลากข้อมูล วัตถุดิบแต่ละชนิดในโรยัล คานินที่แสดงบนบรรจุภัณฑ์ของเรามีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจงด้านโภชนาการ และเป็นสารอาหารที่มีคุณภาพสูงสำหรับแมวและสุนัข

การที่เรามุ่งเน้นเรื่องโภชนาการและสารอาหาร ทำให้ให้เราสามารถนำวัตถุดิบจากผลพลอยได้มารวมกับวัตถุดิบอื่น ๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อปรับปริมาณสารอาหารให้เหมาะกับสายพันธุ์ อายุ หรือแม้กระทั่งภาวะสุขภาพต่าง ๆ ของแมวหรือสุนัขของคุณ

หากคุณไม่แน่ใจเกี่ยวกับส่วนผสมในอาหารสัตว์ของคุณ หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับโภชนาการให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของแมวหรือสุนัข ควรสอบถามสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการอาหารสัตว์


1 EUR-Lex no68/2013, บันทึกคำแนะนำเกี่ยวกับการจำแนกประเภทอาหารของสหภาพยุโรป, หน่วยงานความปลอดภัยของอาหารแห่งไอร์แลนด์, http://talkspetfood.aafco.org/byproducts

กลับไปด้านบน

ภาพขาวดำของสุนัขโตเต็มวัยพันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ดและแมวโตเต็มวัยพันธุ์อะบิสซิเนียน ยืนอยู่บนพื้นหลังสีขาว

แนวทางด้านโภชนาการของโรยัล คานิน

ที่โรยัล คานิน เราทุ่มเทความพยายามในการทำความเข้าใจความต้องการเฉพาะของแมวและสุนัข ทุกสิ่งที่เราทำได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างสูตรทางโภชนาการที่แม่นยำสำหรับการสนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างต่อเนื่องของแมวและสุนัข ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ทางด้านโภชนาการสำหรับสัตว์เลี้ยง

แนวทางโภชนาการของเรา

เรียกดูกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเรา

สูตรอาหารโรยัล คานินแต่ละสูตรได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้โภชนาการที่เหมาะกับความต้องการของสัตว์เลี้ยง โดยพิจารณาจากสายพันธุ์ อายุ ไลฟ์สไตล์ หรือความบอบบางแพ้ง่าย เรียกดูกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของเราและดูว่าเราช่วยให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีความสุขกับสุขภาพที่ดีที่สุดได้อย่างไร

สำรวจผลิตภัณฑ์ต่างๆ
แชร์หน้านี้